Thermal Camera การเลือกใช้เทคโนโลยีกล้องถ่ายภาพความร้อน

Thermal Camera หรือกล้องจับความร้อน ได้รับความนิยมมากยิ่งขึ้นในการใช้ตรวจวัดความร้อนในพื้นที่ที่ ไม่สามารถเข้าถึงได้หรือในพื้นที่ที่มีอันตรายในการเข้าเพื่อตรวจวัด สามารถถ่ายภาพความร้อนได้ทั้งสิ่งมีชีวิตและสถานที่ แสดงผลได้รวดเร็วและใช้งานง่าย มีทั้งแบบที่เหมาะกับงานในบ้าน ในอาคาร งานอุตสาหกรรม แสดงผลได้รวดเร็ว สามารถเก็บภาพได้

แบรนด์ที่จะมาแนะนำให้ดูวันนี้เป็นแบรนด์ FLIR ที่อยู่ในตลาดของ Thermal Imaging กว่า 30 ปี และมีเทคโนโลยีเป็นของตัวเอง จะมีรุ่นอะไรบ้างนั้น ติดตามดูได้จากรายการสินค้าทั้งหมดของกล้องถ่ายภาพความร้อน

Thermal Camera คืออะไร

Thermal Camera คือ กล้องถ่ายภาพความร้อน เป็นเครื่องมือวัดอุณหภูมิที่ผิวของวัตถุ ทำงานโดยอาศัยหลักการแผ่รังสีอินฟราเรด (infrared radiation) ออกจากวัตถุ

ซึ่งเป็นการวัดแบบไม่สัมผัสและไม่ทำลายวัตถุเหมาะกับงานซ้อมบำรุงหรือตรวจหาสาเหตุการเสียหรือการทำ PM (Preventive Maintenance) เช่น การวัดอุณหภูมิโดยรวมของ MDB และ การตรวจสอบตำแหน่งของสายไฟที่เกิดความร้อน เป็นต้น ซึ่งภาพที่ได้จาก กล้องจับความร้อนนั้นทำให้สามารถนำไปวิเคราะห์ได้อย่างรวดเร็วและลดการเกิดความเสียหายที่เกิดจากอุณหภูมิได้เร็วอีกด้วย

ทั้งนี้ในตลาดก็มีหลากหลายแบรนด์ด้วยกันไม่ว่าจะเป็นแบรนด์ Fluke, Keysight และ FLIR ซึ่งแบรนด์ที่ทาง Factomart จะแนะนำคือแบรนด์ FLIR เนื่องจากเป็นแบรนด์จากอเมริกาและยังมีประสบการณ์ด้านเทคโนโลยีการถ่ายอินฟาเรดมากกว่า 30 ปี

FLIR นั้นมีเทคโนโลยีของตัวเองคือ Lepton Image Processing ทำให้มีราคาถูกกว่าแบรนด์อื่นๆ, มี Technology MSX คือการถ่ายภาพที่ใช้เลนส์ 2 ตัว โดยเลนส์ตัวแรกถ่ายภาพความร้อนรังสีอินฟราเรด เลนส์ตัวที่สองจะเป็นภาพจริง แล้วนำทั้ง 2 ภาพมาซ้อน ทำให้ได้ภาพที่คมชัด, มีรุ่นให้เลือกใช้งานหลากหลาย ทั้งในบ้าน ภาคสนาม งานอุตสาหกรรม งานอาคาร เป็นต้น

วีดีโอแนะนำวิธีเลือกกล้องถ่ายภาพความร้อนของแบรนด์ FLIR

ค่า Emissivity สำคัญอย่างไรกับการเลือกกล้องจับความร้อน

เนื่องจากวัตถุแต่ละชนิดจะมีความสามารถในการสะท้อนรังสีอินฟาเรด หรือจะเรียกว่าค่า Emissivityที่แตกต่างกัน โดยปกติแล้วเครื่องวัดอุณหภูมิอินฟราเรดทั่วไปจะถูกตั้งค่า Emissivity ไว้ที่ 0.95 (โดยมาตรฐาน) หากอุปกรณ์ที่จะใช้ตรวจวัดการสะท้อนของรังสีอินฟาเรดสามารถปรับเปลี่ยนค่า Emissivity ได้ ก็จะช่วยค่าการวัดอุณหภูมิของวัตถุต่างๆ มีความแม่นยำมากยิ่งขึ้น

สำหรับอุปกรณ์ที่สามารถปรับเปลี่ยนค่า Emissivity ได้นั้น เราสามารถเลือกปรับค่า Emissivity ให้ตรงกับวัตถุที่ต้องการตรวจวัด เช่น ถ้าต้องการวัดอุณหภูมิของน้ำ ให้ปรับ Emissivity ไปที่ 0.93 หรือหากต้องการวัดอุณหภูมิของกระดาษ ให้ปรับ Emissivity ไปที่ 0.95 โดยสามารถใช้ข้อมูลอ้างอิงจากตารางด้านล่างในการปรับค่าให้ตรงกับวัตถุที่ต้องการตรวจสอบ (หมายเหตุ ตาราง emissivity อาจแตกต่างกันขึ้นอยู่กับโรงงานผู้ผลิตแต่ละราย)

ตารางแสดงค่า Emissivity ในวัสดุประเภทต่างๆ

Thermal Camera แบรนด์ FLIR รุ่นยอดนิยม

Basic Measurement Professional Measurement Use with Mobile Phone Pocket-Size Camera
ใช้กับงานทั่วไป วัดอุณหภูมิร้อนหรือเย็นผิดปกติ ไม่สามารถเก็บข้อมูลได้ วัดอุณหภูมิได้เที่ยงตรง งานภาคสนาม อุตสาหกรรม และเก็บข้อมูลได้ ต้องใช้กับโทรศัพท์มือถือ พกพาสะดวก พร้อม Mobile Application ครบทุกฟังก์ชั่น เก็บข้อมูลได้ ใช้กับงานอาคาร เช่น HVAC, Plumbing
TG130 TG165 TGOne 1 TGC2 1
FLIR TG130 = 10,100 FLIR TG165 = 19,300 FLIR TG167 = 26,100 FLIR ONE for iOS = 15,600 FLIR ONE for Android = 15,600 FLIR C2 = 31,600
ย่านวัด -10 ถึง 150°C ไม่มีแสงเลเซอร์ชี้เป้าเวลาวัด Emissivity ปรับไม่ได้ อ่านวัด -25 to 380°C มีแสงเลเซอร์ชี้เป้าเวลาวัด เก็บข้อมูลในการวัดลง SD Card Emissivity ปรับ 0.1 ~ 0.99 ย่านวัด -10 ถึง 120°C ต้องเลือกรุ่นให้ตรงกับ OS ที่ใช้ Emissivity ปรับ 0.1 ~ 0.99 ย่านวัด -10 ถึง 150°C มี LED ช่วยให้ถ่ายภาพได้ชัดเจน หน้าจอ Touchscreen Emissivity ปรับได้ เก็บข้อมูล JPEG images 4,800 รูป

แนะนำ Thermal Camera รุ่นยอดนิยมกับการประยุกต์ใช้งาน

TG130 Basic Measurement

Basic Measurement: TG130 ใช้กับงานทั่วไป งานในบ้าน ย่านอุณหภูมิไม่มากนัก รุ่นราคาประหยัด

คุณสมบัติ

  • ช่วงการวัด -10 ถึง 150°C
  • Ture thermal 80 x60
  • Resolution 0.1 °C
  • หน่วยการวัด °C,°F
  • Detector type FPA, uncooled microbolometer
  • Spectral range 8–14 μm
  • Drop Test  2 m
  • หน้าจอ TFT LCD 1.8″
  • D:S 15:1
  • ฟังก์ชั่น Center spot, Focus free
  • แบตเตอรี่ AAA x 3 (อายุการใช้งานแบตเตอรี่ 4 ชั่วโมง)
  • มาตรฐานตัวเครื่อง IP 40
  • ขนาดตัวเครื่อง 169 x 113 x 48 mm (210g)

TG165/TG167 Professional Measurement

Professional Measurement : TG165/TG167 เหมาะกับงานอุตสาหกรรม สามารถเก็บข้อมูลได้ รุ่น TG165 ราคา19,300 และ TG167 ราคา 26,100

สำหรับงานที่ต้องการความแม่นยำและย่านการวัดอุณหภูมิได้กว้างนั้น แนะนำให้เป็นรุ่น TG165 และ TG167 ซึ่งสามารถวัดอุณหภูมิได้ตั้งแต่ -25 ถึง 380 องศาเซลเซียส ทั้งยังสามารถปรับค่า Evissivity ได้ เหมาะกับงานที่ต้องการความแม่นยำสูง และยังเหมาะกับการนำไปใช้งานทั้งในโรงานอุตสาหกรรม และงานภาคสนาม เป็นต้น

สำหรับคุณสมบัติทั่วไปของรุ่น TG165 และ TG167 เหมือนกันแต่ที่ต่างกันหลักๆแล้วคือคือ ในส่วนของ Feild of View, Memory capacity และ Color palettes

คุณสมบัติ

  • ช่วงการวัด -25 to 380°C
  • Minimum focus distance : 0.1 m (4 in.)
  • Accuracy ±1.5% or 1.5°C
  • Emissivity  4 Pre-Set Levels with Custom Adjustment, 0.1 to 0.99
  • Distance: Spot (D:S) 24:01:00
  • Image Resolution (H x W) : 4,800 Pixels (80 x 60)
  • Field of View (H x W) : 25° x 19.6°
  • Display 2.0 in. TFT LCD
  • Saved image format Bitmap (BMP) 75,000 pictures with included 8 GB Micro SD card
  • ระบบปิดเครื่องอัตโนมัติ
  • แบตเตอรี่ Lithium-ion Battery 3.7V

ภาพแสดงการเปรียบเทียบกล้องจับความร้อนรุ่น Professional Measurement

FLIR ONE Use with Mobile Phone

สำหรับประเภทนี้เป็นการใช้งานควบคู่กับโทรศัทพ์มือถือทั้งระบบ iOS และ Android มีขนาดเล็กพกพาง่าย เหมาะกับงานที่ต้องการวัดอุณหภูมิที่ไม่กว้างมาก วัได้ตั้งแต่ -10 ถึง 120 องศาเซลเซียส ทั้งยังสามารถปรับค่า Evissivity ได้  ทำให้อ่านค่าได้แม่นยำ

สำหรับรุ่นนี้สามารถดาวน์โหลด แอพพลิเคชั่น ได้ทั้ง App store และ Play store มีเทคโนโลยี MSX ช่วยในการซ้อนภาพ ทำให้ได้รายละเอียดของบริเวณที่วัด ครบถ้วนชัดเจน

คุณสมบัติ

  • ช่วงการวัดอุณหภูมิ -20° to 120°C
  • Accuracy ±0.1°C
  • Detector Resolution VGA
  • แบตเตอรี่แบบรีชาร์จ (Lithium) มาพร้อม Adapter ความจุ 350 mA-h
  • ขนาด 72 x 26 x 18mm (78g)
  • อุปกรณ์มาตรฐาน ตัวเครื่อง, charging cable

รุ่นที่เป็น iOS

  • สำหรับ Smart Phone ที่สามารถเชื่อมต่อกันได้มีดังนี้
  • Phone 7 / iPhone 7 Plus
  • iPhone 6 / iPhone 6 Plus
  • iPhone se
  • iPhone 5 / iPhone 5s
  • iPad Air / iPad Air 2
  • iPad Mini / iPad Mini 3
  • iPad (4th Generation)รุ่นที่เป็น Android

รุ่นที่เป็น Android

  • สำหรับ Smart Phone ที่สามารถเชื่อมต่อกันได้มีดังนี้
  • Samsung S5 (Lollipop 5.0)
  • Samsung S6 (Lollipop 5.2)
  • Samsung Galaxy Tablet S10.5 (KitKat 4.4.2)
  • Samsung Galaxy Tablet S8.4 (KitKat 4.4.2)
  • Motorola Nexus 6 (Lollipop 5.1)
  • Asus Nexus 7 (Lollipop 5.1.1)
  • Asus Nexus 7 (Lollipop 5.1)
  • HTC ONE M8 (Lollipop 5.0)
  • LG V 400 (Lollipop 5.0)

ตารางแสดงข้อมูลของกล้องจับความร้อนรุ่น FLIR ONE

FLIR C2 Pocket-Size Camera

Pocket-Size Camera : FLIR C2 เป็นกล้องขนาดพกพาง่าย ครบทุกฟังก์ชั่น หน้าจอทัสกรีน เหมาะกับงานตรวจวัดจุดต่างๆ ในอาคาร

ลักษณะเด่น

  • น้ำหนักเบา, ขนาดบางพกพาง่าย สามารถนำไปใช้งานได้อย่างสะดวก และ เก็บได้ แม้ในกระเป๋าเสื้อ, กางเกง หรือ กระเป่าเอว
  • หน้าจอคมชัดขนาด 3 นิ้ว ที่มาด้วยระบบสัมผัสใช้งานง่าย พร้อมด้วยฟังก์ชั่นหมุนหน้าจออัตโนมัติ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้งาน
  • ฟังก์ชั่น MSX® ที่เป็นคุณสมบัติอันโดดเด่นของ FLIR ช่วยให้ได้ภาพที่มีรายละเอียดที่ชัดเจนอย่างน่าทึ่ง
  • มีไฟ LED มาในตัวเครื่อง ใช้ทำหน้าที่เป็นแฟลช และ ยังใช้เป้นไฟฉายสำหรับการใช้งานในที่มืด
  • มุมมองของกล้องที่กว้าง เป็นจุดเด่นสำหรับการตรวจสอบงานก่อสร้าง
  • รูปแบบของภาพเป็นแบบ radiometric images ทำให้สามารถวัดอุณหภูมิจุดไหนก็ได้จากรูป (ด้วย FLIR Tools Software) ในช่วงอุณหภูมิ -10°C to 150°C
  • ฟังก์ชั่นการถ่ายทอดสดแบบวิดีโอ ซึ่งในกล้องถ่ายภาพความร้อนที่ราคาเทียบเท่ากัน ไม่สามารถทำได้
  • มาพร้อมกับโปรแกรม FLIR Tool ที่ใช้ในการปรับแต่งภาพ รวมถึงการทำรายงานนำเสนออย่างมืออาชีพ

ภาพแสดงข้อมูลของ FLIR C2 ที่มาพร้อมเทคโนโลยี MSX

เป็นอย่างไรกันบ้างคะ สำหรับข้อมูล กล้องจับความร้อน ของทีมงานเรา ซึ่งจริงๆ แล้วจากสินค้า 4 กลุ่มที่เราแนะนำ ถ้าเป็นงานในอุตสาหกรรมเราจะแนะนำเป็นตัว FLIR TG165 และ TG167 ราคาก็อยู่ที่ 19,300 และ 26,100 บาท เพราะรุ่นนี้ก็ถือว่ามีฟังก์ชันครบแล้ว ช่วงวัดอุณหภูมิกว้าง มีเลเซอร์ชี้เป้า สามารถเก็บข้อมูลลง SD Card ได้ ปรับค่า Emissivityได้

อย่างไรก็ตามในการเลือกซื้อนั้น อย่าลืมถึงคำนึงถึงความร้อนที่เราต้องการวัดและค่า Emissivity ของวัตถุที่ต้องการกันด้วย

Facebook Comments

Share this post