หลักการทำงานที่น่าสนใจของ Weighing Indicator

ก่อนการตัดสินใจเลือกซื้อสินค้า Weighing Indicator คุณไม่ควรที่จะพลาดเรื่องของการทำงานของ Weighing Indicator ไปอย่างเด็ดขาดเลย เพราะเป็นส่วนที่ช่วยให้คุณเลือกได้ง่ายขึ้น ตรงกับความต้องการมากขึ้น

คุณสามารถดูและเลือกซื้อ Weighing Indicator หน้าจอสําหรับเซ็นเซอร์ ชั่งน้ำหนัก ทั้งหมดหลายรุ่นที่ให้คุณซื้อได้ทันที หากมีข้อสงสัยทีมงาน Factomart ยินดีให้คำปรึกษาทุกท่านผ่านช่องทาง Live Chat ได้ทันทีครับ หรือถ้าสนใจอ่านข้อมูลอื่นๆ เพิ่มเติมของสวิทชิ่งเพาเวอร์ซัพพลายติดตามได้จาก แหล่งรวมข้อมูล Weighing Indicator หน้าจอสําหรับเซ็นเซอร์ ชั่งน้ำหนัก ได้เลยครับ

หลักการทำงานของ Weighing Indicator

หลักการทำงานของ Weighing Indicator, Load Cell Indicator หรือ Strain Gauge Amplifier มีการทำงานแบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือ วงจรภายนอกและวงจรภายใน

วงจรภายนอก

วงจรภายนอกจะเป็นส่วนของตัวเซ็นเซอร์ที่ใช้ต่อกับตัว Weighing Indicator จะประกอบไปด้วย Strain gauge และตัวความต้านทาน ที่ต่ออยู่ในวงจรบริดจ์แบบไม่สมดุล

ภาพวงจรภายนอก (Load Cell) ที่ต่อกับ Load Cell Indicator

วงจรภายใน

วงจรภายใน จะเป็นส่วนที่อยู่กับตัว Load Cell Indicator จะประกอบไปด้วยส่วนต่างๆ มากมาย โดยแบ่งเป็น 3 ส่วน คือ ส่วนอินพุต ส่วนประมวลผลและส่วนเอาท์พุต

ส่วนอินพุต

ส่วนของอินพุตที่ทำหน้าที่รับสัญญาณจากโหลดเซลล์ เพื่อทำการแปลงค่าเป็นสัญญาณ Digital หรือ A/D ความละเอียดสูง

ส่วนประมวลผล

ส่วนต่อมาเป็นการประมวลผลค่าดิจิตอลที่ได้จากการทำ A/D ซึ่งจะนำสัญญาณที่ได้มาเตรียมข้อมูลเพื่อที่จะแสดงผล หรือกระทำตามลอจิก Logic เงื่อนไขต่างๆ ที่ผู้ใช้งานได้สร้างเอาไว้

ส่วนเอาท์พุต

เป็นภาคเอาท์พุตที่จะคอยส่งต่อสัญญาณที่ได้จากการประมวลผลแล้ว ไม่ว่าจะเป็น หน้าจอตัวเลขที่แสดงค่า สัญญาณอนาล็อกเอาท์พุตที่คอยส่งออกไปใช้งานต่อในอุปกรณ์หรือตัวควบคุมอื่นๆ เช่น PLC หน้าคอนแทครีเลย์ที่ใช้ควบคุมอุปกรณ์ต่างๆ ให้เป็นไปตามเงื่อนไขที่ได้ตั้งค่าไว้ เช่น ควบคุม Solenoid Valve, Cylinder และ Alarm

คุณสามารถเข้าไป ดูและเลือกซื้อ Weighing Indicator หน้าจอสําหรับเซ็นเซอร์ ชั่งน้ำหนัก ได้จากหน้าร้านออนไลน์ของเราได้เลย ถ้าคุณมีข้อสงสัยหรืออยากสอบถามเพิ่มเติมเกี่ยวกับสินค้า สามารถแชทมาหาเราได้ทันทีจากช่องแชทด้านล่างขวามือ หรือส่งเมลล์มาที่ [email protected] หรือผ่าน Line ที่ @factomart และเบอร์โทร 021-050-567 ได้หลากหลายช่องทาง มีผู้เชี่ยวชาญให้คำแนะนำตลอดเวลาทำการ

Facebook Comments

Share this post